งานช่างประดับมุก (Mother of pearl Inlay)

เป็นงานช่างไทย แขนงหนึ่งในงานช่างสิบหมู่ จำแนกแยกย่อยออกมาในหมู่งาน ช่างรัก

ซึ่งในงานช่างประดับมุก หมายถึง การช่างที่ใช้เปลือกหอยทะเลบางชนิด มาเลื่อย หรือ โกรก (ฉลุ) ประดับลงไปบนพื้นวัสดุ โดยมียางรัก เป็นตัวประสาน

 

คลิกที่นี่เพื่อไปอ่านเรื่องช่างประดับมุก
ขณะนี้คุณกำลังอยู่ที่ : กรมช่างสิบหมู่ ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ หน้าที่ ๕
งานช่างต่างๆ เช่น งานประดับกระจก ช่างแกะ ช่างหล่อ ช่างหัวโขน ช่างลายรดน้ำ

กรมช่างสิบหมู่ ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

กรมช่างสิบหมู่ ได้รับการจัดตั้งขึ้นใหม่ เมื่อรัชกาลสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงเทพมหานครนี้ ได้อาศัยแบบฉบับในการลำดับหน้าที่ตำแหน่ง บรรดาศักดิ์ ราชทินนาม และ ศักดินาสำหรับข้าราชการช่าง ในกรมช่างสิบหมู่ ที่ตั้งใหม่ตามแบบฉบับ ของกรมช่างสิบหมู่สมัยกรุงเก่าเป็นแบบอย่างต่อมา

กรมช่างสิบหมู่ ที่เป็นส่วนราชการ ในฝ่ายพระบรมมหาราชวัง เมื่อต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ควรกล่าวได้ว่า เป็นสถาบันทางศิลปกรรมไทยประเพณีที่สำคัญ ด้วยว่าเป็นแหล่งผดุงรักษา และสร้างสรรค์งานช่างไทยให้กลับฟื้นตั้งขึ้นใหม่ กับทำให้แพร่กระจายเป็นวงกว้างออกไปสู่สังคมภายนอกเป็นลำดับ พระมหากษัตริยาธิราช ทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ และ ทรงรับพระราชภาระอุปถัมภ์ช่าง และ การสร้างงานช่างต่างๆ อย่างใกล้ชิด การบังคับบัญชาราชการ กรมช่างสิบหมู่ ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ หรือ ข้าราชการผู้ใหญ่ที่ทรงไว้พระราชหฤทัย มีความรู้ และ สามารถทางการช่าง รับตำแหน่งอธิบดีว่าราชการกรมช่างสิบหมู่ มาโดยลำดับ

กรมช่างสิบหมู่ เมื่อแรกตั้งขึ้นในรัชกาลที่ ๑ นั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้ กรมช่างสิบหมู่ อยู่ในการบังคับบัญชางาน ของเจ้าพระยาธรรมาธิกรณ์ (บุณรอด) เสนาบดี กรมวัง ครั้นมาถึงกลางรัชกาลเจ้าพระยาธรรมาธิกรณ์ เป็นแม่ทัพไปรบพม่า ณ เมืองราชบุรี มีความผิดต้องโทษให้ถอดลงจากตำแหน่ง กรมช่างสิบหมู่ตกมาอยู่ในการบังคับบัญชาของ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร จนสิ้นรัชกาลที่ ๑

มาถึงรัชกาบที่ ๒ กรมช่างสิบหมู่ จัดว่าเป็นกรมช่างที่มีความเฟื่องฟูมากสมัยหนึ่ง ทั้งนี้เนื่องแต่ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นช่างวิจิตรศิลป ทรงมีฝีพระหัตถ์เป็นเอก ทั้งในด้านการช่างเขียน ช่างสลัก และ ช่างปั้น งานช่าง ที่ได้ทรงทำไว้ก็มีอยู่ให้ผู้คนทั้งหลายได้ประจักษ์เห็น เป็นต้นว่า บานประตูประจำพระวิหารพระศรีสากยมุนี ณ วัดสุทัศนเทพวราราม ทรงแกะสลักไม้ ทำเป็นลวดลายประกอบรูปภาพต่างๆ ซ้อนทับกันถึง ๔ ชั้นในไม้แผ่นเดียว ซึ่งกระทำด้วยฝีพระหัตถ์ อันชำนิชำนาญยิ่งยากที่จะหาช่าง ในชั้นหลังทำเทียบให้เสมอได้

การที่พระเจ้าอยู่หัว ทรงสามารถเป็นช่างวิจิตรศิลปดังกล่าว ย่อมจะทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในการทำนุบำรุง การช่างเป็นพิเศษ กรมช่างสิบหมู่ เป็นส่วนราชการรับภาระ ในด้านการช่างโดยตรงอยู่แล้ว น่าที่จะได้รับการส่งเสริม และ สนับสนุนให้เฟื่องฟูมากในรัชกาลนี้

กรมช่างสิบหมู่ ในรัชกาลที่ ๒ อยู่บังคับบัญชาของ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าชายทับ กรมหมื่นจิตรภักดี

เมื่อรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ กรมช่างสิบหมู่ ยังอยู่ในบังคับบัญชาของ กรมหมื่นจิตรภักดีต่อมาได้ ๒ ปี ถึงปีพุทธศักราช ๒๓๖๘ กรมหมื่นจิตรภักดีสิ้นพระชนม์ โปรดให้พระองค์เจ้าดารากร กรมหมื่นศรีสุเทพ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชางานกรมช่างสิบหมู่สืบมา

ต่อมาถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมช่างสิบหมู่ อยู่ในการบังคับบัญชาของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายลดาวัลย์ กรมหมื่นภูมินทรภักดี จนกระทั่งถึงปีพุทธศักราช ๒๔๑๐ จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายชุมสาย กรมขุนราชสีหวิกรม เป็นอธิบดีว่าการกรมช่างสิบหมู่ มาจนพระองค์ท่านสิ้นพระชนม์ ก็พอดีสิ้นรัชกาลที่ ๔

ครั้นมาถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในตอนต้นรัชกาลโปรดให้ หม่อมเจ้าชายดิศ ภายหลังสถาปนาพระอิสริยยศเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่น ณรงค์หริรักษ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมช่างสิบหมู่

ต่อมา พระองค์เจ้าประดิษฐวรการสิ้นพระชนม์ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๒๘ แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้ง พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ กรมหมื่นปราบปรปักษ์ ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ เป็นอธิบดีบัญชาการกรมช่างสิบหมู่ ต่อมาจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๔๑ ก่อนสิ้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ๑๔ ปี

เมื่อรัชกาลที่ ๕ ภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดให้จัดการเปลี่ยนแปลงและ แบ่งส่วนราชการบริหารแผ่นดินอย่างใหม่แล้ว กรมช่างสิบหมู่ ได้รับโอนไปสังกัดอยู่ในกรมวังระยะหนึ่ง ต่อมาได้ย้ายไปสังกัดอยู่กับ กรมวังนอก

กาลล่วงมาถึงรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดให้โอนงานกรมช่างข้างใน กรมช่างทอง กรมช่างสิบหมู่ ไปอยู่ในสังกัดกระทรวงโยธาธิการสมัยนั้น ครั้นถึงพุทธศักราช ๒๔๕๔ โปรดให้จัดการปรับปรุง กระทรวงโยธาธิการใหม่ ครั้งนั้นทรงพระราชดำริว่า การซ่อมพระอาราม และ การหล่อพระเดิมอยู่ในความรับผิดชอบ ของกระทรวงโยธาธิการ เป็นงานที่ควรแยกออกมาเป็น “กรม” และ ให้โอนกรมพิพิธภัณฑ์ซึ่งสังกัดอยู่กับกระทรวง ธรรมการมารวมไว้ เพราะเป็นงานที่มีลักษณะเดียวกัน โดยให้มีผู้บังคับบัญชาขึ้นตรงต่อพระเจ้าแผ่นดิน จึงโปรดให้ ตั้งกรมช่างอย่างประณีตนั้นชื่อ “กรมศิลปากร” สังกัดกระทรวงวังมาแต่สมัยนั้น

ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๔๕๕ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้โอนงาน กรมช่างข้างใน กรมช่างทอง กรมช่างสิบหมู่ ซึ่งเดิมอยู่ในกระทรวงวัง เข้าสังกัดกรมศิลปากร ซึ่งได้โอนมาขึ้นกับกระทรวงมุรธาธรในรัชกาลนั้น เป็นต้นมา

พอมาถึงพุทธศักราช ๒๔๖๙ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นสมัยที่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทั่วโลก ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบจากภาวะนั้นด้วย เวลานั้นโปรดให้ยุบกรมศิลปากร ให้รวมงานช่างศิลปเข้ามา สังกัดกับ “ราชบัณฑิตสภา” เรียกว่า “ศิลปากรสถาน”

ความเปลี่ยนแปลงฐานะ ของกรมช่างสิบหมู่ ได้เริ่มมาแต่ตอนกลางรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมช่างสิบหมู่ ต้องระหกระเหิน ไปสังกัดกับกระทรวงต่างๆ มาเป็นลำดับ จนระยะหลังได้เข้าร่วมอยู่กับ “ศิลปากรสถาน” แล้วในที่สุดเมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๖ กรมศิลปากร ได้รับการสถาปนาขึ้นใหม่ ตามประกาศพระบรมราชโองการ เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๗๖ ให้สังกัดกระทรวงธรรมการเวลานั้น พร้อมกันนี้ก็ได้มี พระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการกรมศิลปากร ออกเป็น ๕ กอง คือ สำนักงานเลขานุการกรม กองสถาปัตยกรรม กองศิลปวิทยาการ กองประณีตศิลปกรรม กองหอสมุด และ กองพิพิธภัณฑ์ และโบราณวัตถุ ชื่อ “กรมช่างสิบหมู่” หายสาบสูญไปกับการเปลี่ยนแปลงของระบบราชการ และกาลเวลา

กระนั้นก็ตาม แม้ชื่อ “กรมช่างสิบหมู่” จะยุบหายไปในความเปลี่ยนแปลง ตามกล่าวแล้ว แต่งานช่างสิบหมู่ก็ดี รูปแบบ และ วิธีการทางการช่างสิบหมู่ ยังเป็นสิ่งที่อยู่ในความยอมรับและ การยกย่องว่าเป็นแบบแผนแสดงออก ซึ่งเอกลักษณ์แห่งศิลปกรรมของชาติอย่างดียิ่ง ดังนี้ งานของกรมช่างสิบหมู่เดิม จึงได้รับการผดุงรักษาขึ้นไว้ ในส่วนราชการที่มีหน้าที่จัดการศึกษาและ ส่งเสริมการสร้างสรรค์ศิลปกรรมไทยขึ้น ในกาลปัจจุบันเป็นต้นว่า วิทยาลัยในวัง (ชาย) ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร สยามบรมราชกุมารี สถานศึกษาแห่งนี้ ดำเนินการสอน และฝึกหัด งานช่างเขียน งานปั้นปูน งานสลักไม้ งานประดับมุก เป็นต้น ซึ่งเป็นงานช่างสิบหมู่เดิม เพื่อสร้างผู้ที่สนใจให้เป็นช่างที่มีฝีมือ และ ความรู้สำหรับทำงานอนุรักษราชภัณฑ์ของหลวง และสามารถประกอบอาชีพช่าง ทำงานในแบบฉบับของช่างสิบหมู่ บริการแก่สังคมที่ยังมีความต้องการงานศิลปกรรมไทย ซึ่งมีแบบแผนเป็นขนบนิยมเนื่องด้วยงานช่างสิบหมู่ ต่อไป