งานช่างประดับมุก (Mother of pearl Inlay)

เป็นงานช่างไทย แขนงหนึ่งในงานช่างสิบหมู่ จำแนกแยกย่อยออกมาในหมู่งาน ช่างรัก

ซึ่งในงานช่างประดับมุก หมายถึง การช่างที่ใช้เปลือกหอยทะเลบางชนิด มาเลื่อย หรือ โกรก (ฉลุ) ประดับลงไปบนพื้นวัสดุ โดยมียางรัก เป็นตัวประสาน

 

คลิกที่นี่เพื่อไปอ่านเรื่องช่างประดับมุก
ขณะนี้คุณกำลังอยู่ที่ : กรมช่างสิบหมู่ (หน้าที่ ๒)
งานช่างต่างๆ เช่น งานประดับกระจก ช่างแกะ ช่างหล่อ ช่างหัวโขน ช่างลายรดน้ำ

กรมช่างสิบหมู่

กรมช่างสิบหมู่ เป็นกรมหนึ่ง ที่บรรดาข้าราชการในกรมนี้ ทำราชการจำเพาะด้านการช่าง ที่เกี่ยวกับการสร้างสรรค์งานศิลปกรรมต่างๆ ทั้งที่เป็นงานวิจิตรศิลปะ และ งานประณีตศิลป ภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ มาตั้งแต่โบราณกาล และ บรรดาข้าราชการผู้เป็นช่างในกรมนี้ แม้ว่าจะมีหน้าที่โดยตรง คือรับราชการทำงานช่างต่างๆ สนองพระราชประสงค์ ในส่วนพระองค์สมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าก็ดี แต่ก็มิได้หมายความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงสงวนช่างในกรมช่างสิบหมู่ ไว้สำหรับทรงใช้สอย ให้ทำการแต่ในส่วนพระองค์เท่านั้น

กรมช่างสิบหมู่ เป็นส่วนราชการที่ สมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าในแต่ละสมัย โปรดให้เสาะหา และรวบรวม ผู้คนที่มีฝีมือเป็นช่าง เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจ และ สามารถทำการช่างต่างๆ ได้ดี เข้ามารับราชการขึ้นอยู่ในกรมช่างสิบหมู่ เพื่อจะได้เป็นกำลังสำคัญ สำหรับราชการด้านสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นศิลปกรรม เป็นต้นว่าพระราชมณเฑียรสถาน เครื่องราชูปโภค พระราชพาหนะต่างๆ ศาสนสถาน ปูชนียสถาน เครื่องสังฆภัณฑ์ และสาธารณสถานต่างๆ ฯลฯ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถือเอาเป็นพระราชภารกิจ ในพระบรมราชูปถัมภ์โดยตรง เพื่อยังประโยชน์ให้เป็นศักดิ์ศรีแก่บ้านเมือง เป็นการค้ำจุน และ บำรุงการพระศาสนาให้รุ่งเรือง เป็นการรักษา และแสดงพระเกียรติยศ แห่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้ปรากฏในแผ่นดิน และ แพร่ไปยังนานาประเทศ กับยังเป็นการผดุงการช่างศิลปต่างๆ และ อุปถัมภ์บรรดาผู้ที่เป็นช่าง ไว้สำหรับบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง

กรมช่างสิบหมู่ อันเป็นส่วนราชการ ที่มีฐานะ และความสำคัญระดับ “กรม” หนึ่งนี้ จะได้รับการจัดตั้งขึ้นแต่เมื่อใดนั้น ไม่ปรากฏหลักฐานระบุให้ทราบได้แน่ แต่มีเค้ารอยเป็นหลักฐานบางสิ่ง ช่วยให้คาดคะเนได้ว่า เมื่อสมัยแรก สถาปนากรุงศรีอยุธยานั้น มีความในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา หลายฉบับกล่าวถึง การที่พระเจ้าแผ่นดิน โปรดให้สถาปนาพระมหาปราสาท พระราชมณเฑียรสถาน ขึ้นเป็นที่ประทับก็ดี การสร้างพระวิหาร พระมหาธาตุเจดีย์ ทำเป็นพระอาราม ถวายแก่การพระศาสนาก็ดี และ บรรดาเครื่องสำหรับสำแดงยศ เช่น เจียดทอง กระบี่ เสลี่ยงงา ที่ได้พระราชทาน เป็นบำเหน็จความชอบแก่ขุนนางก็ดี ย่อมเป็นผลที่สำเร็จขึ้นได้ ด้วยฝีมือช่างต่างๆ ทั้งสิ้น ถ้าเป็นคนจำพวกที่ไม่เป็นช่าง ย่อมจะสร้างทำให้เป็นขึ้นมีขึ้นไม่ได้ ประจักษ์หลักฐานที่ระบุถึงสิ่งที่เป็นผลงานการ ช่างต่างๆ ย่อมเป็นเครื่องชี้ส่อง ให้ทราบว่า เมื่อสมัยแรกสถาปนากรุงศรีอยุธยา ขึ้นเป็นราชธานีแห่งสยามประเทศ เริ่มแต่รัชสมัยพระรามาธิบดีที่ ๑ นั้น ได้มีผู้ที่เป็น “ช่างหลวง” รับราชการฝ่ายการช่าง ทำราชการถวาย ตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าแผ่นดินอยู่แล้ว แต่จะจัดรวมตั้งขึ้นเป็นกรม ได้รับการขนานนามมีชื่อว่า “กรมช่างสิบหมู่” หรือ ชื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน

ครั้นมาถึงรัชสมัย สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระเจ้าแผ่นดินลำดับพระองค์ที่ ๘ แห่งกรุงศรีอยุธยา ครั้งนั้น โปรดให้ตราพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือน และ นายทหารขึ้นให้เป็นระเบียบ ในการบริหารราชการมีที่ระบุถึง “กรมช่างสิบหมู่” เป็นกรมหนึ่ง ที่ได้รับการจัดขึ้นทำเนียบเป็นกรม ในราชการของพระเจ้าแผ่นดิน ร่วมอยู่ในระบบราชการ ส่วนต่างๆ ที่มีความสำคัญระดับ “กรม” ด้วยกันในสมัยแรกตั้งระบบตำแหน่งนานั้น

กรมช่างสิบหมู่ จึงควรนับได้ว่า ได้รับการจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นระบบ เป็นส่วนราชการส่วนหนึ่ง โดยรวบรวมผู้ที่มีฝีมือ และ ความสามารถเป็นช่างต่างๆ มารวมไว้เป็นหมู่เป็นหมวด เพื่อประโยชน์แก่ราชการ ของพระเจ้าแผ่นดินเป็นคราวแรก เมื่อรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ และ บรรดาข้าราชการที่เป็นช่างฝีมือ ในกรมช่างสิบหมู่ มีฐานะเป็นทหาร แต่ไม่ถือเคร่งครัดว่าเป็นทหารแท้ เพราะทำการที่เป็นงานฝ่ายพลเรือนเสียโดยมาก

กรมช่างสิบหมู่ เมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาได้รับราชการสนองพระราชดำริ และ พระราชประสงค์ของพระเจ้า แผ่นดิน แต่ละรัชกาลมาเป็นลำดับ แต่หลักฐานที่เป็นผลงาน ของกรมช่างสิบหมู่แต่อดีต ไม่สู้ปรากฏได้รับการบันทึกขึ้นไว้เป็นเอกสาร ที่พึงค้นคว้าให้รู้ได้มากนัก ที่พอจะมีอยู่บ้าง เป็นเรื่องแทรกอยู่ในพระราชพงศาวดาร ซึ่งแม้จะไม่ระบุชัดเจนว่า “กรมช่างสิบหมู่” ได้ทำการต่างๆ ก็ตาม แต่ว่าถึงลักษณะงานช่างต่างๆ ล้วนเป็นราชการช่างในส่วนงานช่างสิบหมู่ทั้งสิ้น อาทิ งานหล่อพระพุทธปฎิมากร งานหล่อเทวปฎิมากร งานประดับกระจก งานลงรักปิดทอง งานฟันช่อฟ้า เป็นต้น