งานช่างประดับมุก (Mother of pearl Inlay)

เป็นงานช่างไทย แขนงหนึ่งในงานช่างสิบหมู่ จำแนกแยกย่อยออกมาในหมู่งาน ช่างรัก

ซึ่งในงานช่างประดับมุก หมายถึง การช่างที่ใช้เปลือกหอยทะเลบางชนิด มาเลื่อย หรือ โกรก (ฉลุ) ประดับลงไปบนพื้นวัสดุ โดยมียางรัก เป็นตัวประสาน

 

คลิกที่นี่เพื่อไปอ่านเรื่องช่างประดับมุก
ขณะนี้คุณกำลังอยู่ที่ : “ช่าง” ในสังคมไทย
งานช่างต่างๆ เช่น งานปักสะดึง งานคร่ำ งานประดับมุก งานดอกไม้สด งานปั้น งานหุ่น งานบายสี

“ช่าง” ในสังคมไทย

ในสังคมใดสังคมหนึ่งย่อมประกอบไปด้วยผู้คนต่างเพศต่างวัย ซึ่งต่างกันในการครองชีวิตและความเป็นอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้คนในสังคมไม่มีความแตกต่างกันคือ ความต้องการวัตถุปัจจัยในลักษณะเครื่องอุปโภคเครื่องบริโภค เพื่อประโยชน์แก่การดำรงชีพ ความเป็นอยู่อย่างปกติ ความปลอดภัยและเป็นสุขอยู่ได้เป็นอย่างเดียวกันทั้งสิ้น

สังคมแต่อดีตกาลก็ดี หรือสังคมในปัจจุบันก็ดี สิ่งที่เป็นเครื่องอุปโภคและเครื่องบริโภคซึ่งเป็นวัตถุปัจจัยที่ ผู้คนทั้งปวงในสังคมหนึ่งๆ ปรารถนาจะใคร่ได้ ใคร่มี ใคร่กินและใคร่ใช้นั้น ล้วนเป็นวัตถุปัจจัยที่เป็นผลเกิดขึ้นได้ ด้วยบุคคลประเภทหนึ่งในสังคมซึ่งได้รับการขนานนามว่า “ช่าง”

“ช่าง” เป็นบุคคลประเภทหนึ่งที่มีคุณสมบัติและเป็นผู้มีคุณประโยชน์แก่คนอื่นๆ ในสังคมสาระสำคัญที่จะเป็น คำไขความอธิบายคำว่า “ช่าง” ได้อย่างชัดแจ้งเป็นที่สุดเห็นจะเป็นพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ซึ่งพระราชทานแก่ผู้ที่มาเฝ้าในพิธีเปิดงานแสดงแนะนำอาชีพของสโมสรโรตารีกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๑๓ ดังจะได้อัญเชิญสำเนาพระราชดำรัสตอนที่ทรงเรื่อง “ช่าง” มาแสดงให้ทราบต่อไปนี้

ช่าง คือ ผู้ทำงานใช้ฝีมือ หมายถึง ผู้ใช้ฝีมือเป็นบริการแก่ผู้อื่น ช่างทุกประเภทเป็นกลไกสำคัญยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของทุกคน เพราะตลอดชีวิตต้องอาศัยและใช้ บริการหรือสิ่งต่างๆ ที่มาจากฝีมือช่างทุกวัน”

“ช่าง” เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติและคุณประโยชน์ ดั่งพระราชดำรัส ดังที่ได้อัญเชิญมาแสดงไว้นี้ ช่างจึงเป็น บุคคลประเภทที่ผู้คนในสังคมได้ พึ่งบริการได้อาศัยสิ่งที่ทำสำเร็จด้วยฝีมือของช่างมาเป็นลำดับทุกยุคทุกสมัย

แต่ละยุคแต่ละสมัยในสังคมไทยย่อมมี “ช่าง” ทำการสร้างสิ่งของทั้งที่เป็นเครื่องอุปโภคบริการหรือสนองความ ต้องการแก่ผู้คนในสังคมนั้นๆ เป็นหลายพวกหลายประเภทด้วยกัน อาจจัดจำแนกช่างต่างๆ ด้วยสาระของงานช่าง หรือสิ่งที่ช่างทำขึ้นในทางคุณสมบัติและคุณประโยชน์เป็น ๒ ประเภทด้วยกัน ต่อไปนี้

๑. ช่างประเภทช่างทำของใช้

ช่างประเภทแรกนี้ มักได้รับการขนานนามหรือเรียกกันทั่วไปว่า “ช่างฝีมือ” หมายถึง ผู้มีฝีมือ มีความชำนิ ชำนาญในการสร้างทำสิ่งของเครื่องใช้สอยต่างๆ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อบริการแก่ผู้ที่ต้องการใช้สิ่งของ นั้นๆ

งานช่างประเภทนี้ อยู่ที่รูปแบบรูปทรง ขนาด ส่วนสัดที่ได้รับการกำหนดขึ้นอย่างเหมาะสม มีความสัมพันธ์แก่ การใช้สอยสำหรับการงาน ความเป็นอยู่ประจำวันเป็นสำคัญ และเป็นไปบนพื้นฐานเพื่อการบริการหรือสนองตอบ ความต้องการทางด้านกายภาพแก่ผู้คนในสังคม

ช่างทำของใช้หรือช่างฝีมือนี้ ยังอาจจำแนกแยกย่อยออกไปได้เป็น ๒ พวก คือ

๑.๑ ช่างหัตถกรรม คือผู้ที่ใช้ฝีมือทำการสร้างสิ่งต่างๆ จำพวกเครื่องอุปโภคที่มีความสำคัญแก่ความต้อง การหรือความจำเป็นใช้สำหรับความเป็นอยู่ การงานประจำวันและการทำอาชีพต่างๆ อาทิ ช่างปั้นหม้อ ช่างทำเกวียน ช่างจักสาน ช่างทอเสื่อ ช่างตีมีด เป็นต้น

๑.๒ ช่างหัตถศิลป คือผู้ที่ใช้ฝีมือทำการสร้างสิ่งของต่างๆ ทั้งจำพวกเครื่องอุปโภคและเครื่องบริโภคที่จะ ได้ใช้หรือสนองความต้องการเป็นพิเศษกว่าปกติ ใช้สำหรับพิธีกรรมหรือใช้ในการโอกาสเทศกาลต่างๆ ที่มีความ ประสงค์แสดงออกถึงความสวยงามในสิ่งของเครื่องใชันั้นให้ “ศิลปลักษณะ” เป็นที่พึงตาแก่ผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ร่วม ใช้พอสมควร อาทิ ช่างสลักกระดาษ ช่างแทงหยวก ช่างทอผ้า ช่างเครื่องเขิน ช่างหล่อเต้าปูน เป็นต้น

ช่างหัตถกรรม หรือ ช่างหัตถศิลป ทั้งสองจำพวกนี้ ต่างก็รับภาระและทำหน้าที่บริการผู้คนในสังคมให้มี ความเป็นอยู่ การงานประจำวันได้เป็นปรกติ สะดวกสบาย และปลอดภัยด้วยสิ่งต่างๆ มาแต่อดีตกาล ดังอุทาหรณ์ ความพรรณนาว่าด้วยช่างผู้ ที่ได้ทำสิ่งต่างๆ บริการแก่ชาวกรุงศรีอยุธยาสมัยหนึ่ง ในเอกสารจากหอหลวง เรื่องคำให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม เล่าเรื่องภูมิสถานกรุงศรีอยุธยาเมื่อก่อนกาลจะเสียกรุง ดังความต่อไปนี้

“อนึ่ง ริมแม่น้ำทั้งสองฝั่งฟากรอบกรุงศรีอยุธยานั้น ข้าทูลลอองธุลีพระบาทและราษฎรทำของต่างๆ ขาย แลประกอบการค้าขายต่างๆ กันเป็นหมู่เป็นย่านเป็นตำบลมากมาย…

บ้านหมู่หนึ่ง ทำฝาเรือนอยู่แลเรือนหอด้วยไม้ไผ่กรุกระแชงบ้าง กรุแผงกำบ้าง ทำไว้ขายแลรับจ้างบ้าง ๑ บ้านหมู่หนึ่งทำการหล่อแหลกเป็นครก สากเหลกขายแลตั้งเตาตีมีดพร้าแลรูปพรรณต่างๆ รับจ้างแลทำไว้ขาย ๑ บ้านทั้งามพวกนี้อยู่ในย่านสัมพนี

บ้านม่อ ปั้นม่อเข้าม่อแกงใหญ่ เลกแลกะทะเตาขนมครก ขนมเบื้อง เตาไฟ ตะเกียงใต้ ตะคัน เชิงไฟ พานภู่มสี ผึ้งถวายพระเข้าวษา บาตร์ดิน กระโถนดิน ๑ บ้านกระเบื้อง ทำกระเบื้องผู้เมีย แลกระเบี้องเกล็ดเต่า กระเบื้องขอ กระเบื้องลูกฟูกขาย ๑…

บ้านเกาะขาด หล่อผอบยาเต้าปูนทองเหลือง แลเท้าพานไม้ควักปูนเส้นหงษขาย ๑ บ้านวัดครุธ ปั้นนางเลิ้ง สำหรับใส่น้ำขาย บ้านริมวัดธรณี เลื่อยกระดานไม้งิ้ว ไม้อุโลกขาย ๑ บ้านริมวัดพร้าว พวกพราหมณ์ แลไทย ทำแป้งหอมกระแจะ น้ำอบ ธูปกระแจะ ธูปกระดาษและเครื่องหอมทาขาย ๑ บ้านท่าโขลง ตั้งเตาตีเหลกตะปู ตะปลิงใหญ่น้อยขาย ๑ บ้านคนที ปั้นกระโถนดิ กระถางดินปลูกต้นไม้ แลตะคัน เชิงไฟ เตาไฟ แลปั้นรูปช้าง รูปม้า ตุ๊กตาต่างๆ ขาย ๑…

บ้านนางเลิ้ง บ้านหอแปลพระราชสาสนนั้น ทำสมุดข่อย แลสมุดดำขาวขาย ๑… บ้านริมวัดพิไชยต่อหุ่นตลุ่ม พานแว่นฟ้าสองชั้นขาย ๑ บ้านนางเอียนฝั่งกำแพงกรุง เลื่อยไม้สักทำฝาเรือน ปรุงเรือนฝากระดาน และเครื่องสับฝา สำรวดขาย ๑ บ้านวัดน้ำวนพวกจีนตั้งโรงตีเหลก ทำขวานหัวเหลกป้านและขวานมะลูขาย ๑…

อนึ่ง ย่านบ้านริมวัดขุนพรม ชาวบ้านย่านนั้นเอาผ้าขาวเทศมาเขียนพิมพ์ ตีพิมพ์เป็นดอกผ้าลายน้ำจืดขาย บ้างต่อโลงไม้อุโลกสำหรับใส่สพไว้ขายก็หลายบ้าน ๑ ย่านบ้านท่ากายีนอกกำแพงกรุงเป็นบ้านแขกเก่า พวกแขก นั้น ฟั่นเชือกเปือกมะพร้าวตีเป็นสายสมอยาวเส้นหนึ่งบ้างยาวสามสิบวาบ้าง ลางทีทำยาวถึงห้าสิบวา ขายแก่นาย กำปั่น สลุป สำเภา แลฟั่นชุดจุดบุหรี่ด้วยเปลือกมะพร้าว ขายขุนนางแลราษฎร ที่ต้องการใช้แลทำบุญ ๑ ย่านบ้านท้ายคู พวกแขกจาม สานเสื่อลันไตผืนใหญ่น้อยขาย และสมุกขาย ๑…”

เนื้อความว่าด้วย “ช่าง” ต่างๆ ที่มีในกรุงศรีอยุธยา ดังได้คัดบางส่วนมาแสดงไว้นี้ นับว่า เป็นหลักฐานรับรองว่า “ช่าง” โดยเฉพาะช่างหัตถกรรม และช่างหัตถศิลปะ ต่างก็เป็นผู้ที่สังคมแต่อดีตยอมรับนับถือ ว่าเป็นที่พึ่งในการสร้างทำสิ่งต่างๆ สนองความต้องการ หรือจำเป็นจะใคร่มี ใคร่ได้ และใคร่ใช้ สำหรับความเป็นอยู่ การงาน และอาชีพต่างๆ โดยแท้