งานช่างประดับมุก (Mother of pearl Inlay)

เป็นงานช่างไทย แขนงหนึ่งในงานช่างสิบหมู่ จำแนกแยกย่อยออกมาในหมู่งาน ช่างรัก

ซึ่งในงานช่างประดับมุก หมายถึง การช่างที่ใช้เปลือกหอยทะเลบางชนิด มาเลื่อย หรือ โกรก (ฉลุ) ประดับลงไปบนพื้นวัสดุ โดยมียางรัก เป็นตัวประสาน

 

คลิกที่นี่เพื่อไปอ่านเรื่องช่างประดับมุก
ขณะนี้คุณกำลังอยู่ที่ : การเตรียมพื้นสำหรับงานปั้นปูน พื้นชนิดก่ออิฐถือปูน
งานปูนปั้นจากแหล่งต่างๆ เช่น พระพุทธรูปปูนปั้นสมัยสุโขทัย (ภาพแรกซ้ายมือสุด) เป็นต้น

วิธีการและขั้นตอนการปั้น

งานขึ้นรูป คือ การก่อตัวด้วยปูนขึ้นเป็นรูปทรงเลาๆ พอเป็นเค้าโครงที่จะปั้นปูนพอกเพิ่มเติมขึ้นตามลำดับ จนเป็นงานปั้นที่สมบูรณ์ การขึ้นรูปด้วยปูน ขั้นแรกต้องใส่ปูนให้จับติดกับพื้นส่วนที่เฉาะทำผิวให้ขรุขระนั้นขึ้นเป็น “รูปโกลน” หรือ ใส่ปูน ที่ขึ้นรูปชั้นแรกนี้ทิ้งไว้ให้ปูนจับพื้น หรือ เกาะทอยติดแน่น จึงใส่ปูนเพิ่มเติมทับลงเป็นรูปโกลน หรือ รูปโครงร่างนั้น ปั้นขึ้นเป็นรูปทรง โดยรวมของเถา หรือ ตัวลาย หรือ รูปภาพในลักษณะที่เรียกว่า “หุ่น” คือ เป็นรูป ทรงพอให้รู้ว่า เป็นเค้าโครงของสิ่งที่จะปั้นทำให้ชัดเจนต่อไป

งานปั้นรูป คือ การนำปูนมาปั้นเพิ่มเติม หรือ ต่อเติมขึ้นบนรูปโกลน หรือ รูปทรงโครงร่างของรูปภาพ ซึ่งได้ทำเป็นงานขึ้นรูปไว้ ให้ปรากฏเป็นรูปลักษณะที่ชัดเจน ได้ส่วนสัด พร้อมด้วยท่วงท่า ลีลาอาการต้องตามประสงค์ที่ต้อง การจะปั้นให้เป็นลวดลาย หรือ รูปภาพเช่นนั้นๆ

งานปั้นส่วนละเอียด จะเป็นการปั้นแต่ง แสดงส่วนละเอียด ให้ชัดเจนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทำต่อเมื่อปูนที่ได้ปั้นรูปขึ้นไว้นั้นจับตัว และ หมาดพอสมควร จึงจัดการปั้นปูนเติมแต่ง และ ปั้นทำส่วนละเอียดแต่ละส่วนลำดับกันไป งานปั้น ส่วนละเอียดในงานปั้นปูน แบบไทยประเพณีมักนิยม “กวด” ผิวงานนั้นให้เรียบเกลี้ยง “กวด” คือ กด และ ลูบไล้เบาๆ บนผิวปูน เพื่อทำให้เนื้อแน่น และ เรียบตึงขณะที่ใช้เครื่องมือกวดผิวปูนนี้ ต้องหมั่นเช็ดเครื่องมือด้วยผ้าเปียกน้ำบ่อยๆ เพื่อกันมิให้ปูนติดเครื่องมือ และ ยังช่วยให้การใช้เครื่องมือลูบไล้กวดผิวปูนลื่นเรียบดีอีกด้วย แต่ในงานปั้นปูนน้ำมัน ไม่จำเป็นจะต้องชุบเครื่องมือปั้นให้เปียก หรือ ใช้ผ้าเปียกน้ำเช็ดเครื่องมือ เพื่อป้องกันมิให้ปูนเกาะ เพราะปูนน้ำมันมี เนื้อปูนละเอียดกว่าปูนน้ำกาว ขณะใช้เครื่องมือปั้นกวดผิวงานปั้น น้ำมันซึ่งผสมแทรกอยู่ในเนื้อปูนจะช่วยให้ เครื่องมือลื่นไล้ไปง่ายๆ บนผิวของงานปั้นนั้น

งานปั้นปูนนั้น เมื่อชิ้นงานสำเร็จสมบูรณ์เรียบร้อย เป็นไปดังวัตถุประสงค์ของช่างปั้นแล้ว ปรกติมักปล่อยให้งานปั้นปูนนั้นแห้งไปเอง ซึ่งใช้เวลาไม่สู้นาน และ มักนิยมงานปั้นปูนเป็นสีขาวตามธรรมชาติของปูนขาว หากต้องการตกแต่งเพิ่มเติม ให้สวยงามแลดูมีคุณค่ายิ่งขึ้นอาจทำด้วยวัสดุ และ วิธีการมีดังต่อไปนี้

การตกแต่งด้วยการปิดทองคำเปลว ในขั้นต้นต้องลง “สมุก” ทาเคลือบผิวงานปูนปั้นนั้นให้ทั่วเสียชั้นหนึ่งก่อน เพื่อทำให้ผิวงานปูนปั้นเรียบเกลี้ยง เมื่อสมุกแห้งแล้วจึงทา “รักน้ำเกลี้ยง” ให้ทั่วชิ้นงานปล่อยให้รักน้ำเกลี้ยง ที่ทาทิ้งไว้สักพักหนึ่ง พอรักหมาดได้ที่จึงปิดทองคำเปลวทับ ให้ทั่วงานปูนปั้นชิ้นนั้นๆ ก็จะมีผิวเป็นสีทองคำอร่ามไปทั้งหมด

การตกแต่งด้วยการปิดกระจก มักเป็นงานที่ได้รับการตกแต่ง ต่อเนื่องจากการปิดทองคำเปลว เพิ่มเติมสีสันขึ้นแก่งานปูนปั้นนั้นอีก จึงนำกระจกแก้วบ้าง กระจกหุงบ้าง มาตัด เจียนตามรูปร่าง และ ขนาดที่ต้องการประดับ แต่งลงบนงานปูนปั้นทำเป็น แวว ไส้ลาย พื้นลวดลาย เป็นต้น

การตกแต่งด้วยการเขียนระบายสี ขั้นต้นต้องจัดการเตรียมพื้นผิวชิ้นงานปูนปั้นให้เรียบ และ แน่นด้วยเลือดหมูสด ผสมกับน้ำปูนขาวกวนให้เข้ากัน ทำเป็นน้ำยารองพื้นลักษณะค่อนข้างข้น ใช้น้ำยานี้ทาให้ทั่วชิ้นงานปูนปั้น ผึ่งให้น้ำยาแห้งสนิท จึงใช้สีฝุ่นผสมน้ำกาว นำมาเขียนระบายตกแต่ง ลงบนผิวภายนอกงานปูนปั้นตามวรรณะ ที่ควรจะเป็น และ ตามความเห็นงามของช่าง ผู้ทำการเขียนระบายสีตกแต่งนั้น

งานปั้นปูน ที่เป็นประจักษ์พยานปรากฏมาในอดีต มีดังนี้

งานปั้นปูน ประเภทลวดลายประดับตกแต่ง ตัวอย่างเช่น ลวดลายประดับพระมหาธาตุเจดีย์ ลวดลายประดับ หน้าบัน ลวดลายประดับฐานพระพุทธรูป ฯลฯ

งานปั้นปูน ประเภทองค์ประกอบสถาปัตยกรรม ตัวอย่างเช่น บัวปลายเสา กรอบซุ้มคูหาประตูและหน้าต่าง กรอบหน้าบัน กาบพรหมศร บันแถลง ฯลฯ

งานปั้นปูน ประเภทประติมากรรมติดที่ ตัวอย่างเช่น ภาพปั้นพระพุทธรูปประดับประจำซุ้มคูหา พระมหาธาตุ เจดีย์ ภาพปั้นเรื่องพุทธประวัติประดับฝาผนัง ภาพปั้นทวารบาลประจำข้างกบช่องประตู

งานปั้นปูน ประเภทประติมากรรมลอยตัว ตัวอย่างเช่น พระพุทธปฎิมาประธานประจำพระอุโบสถและ พระวิหาร พระพุทธรูปประจำห้องในพระระเบียง พระบรมรูปฉลองพระองค์พระมหากษัตริย์ รูปพระเถรสำคัญ รูปบุคคลมีชื่อ