งานช่างประดับมุก (Mother of pearl Inlay)

เป็นงานช่างไทย แขนงหนึ่งในงานช่างสิบหมู่ จำแนกแยกย่อยออกมาในหมู่งาน ช่างรัก

ซึ่งในงานช่างประดับมุก หมายถึง การช่างที่ใช้เปลือกหอยทะเลบางชนิด มาเลื่อย หรือ โกรก (ฉลุ) ประดับลงไปบนพื้นวัสดุ โดยมียางรัก เป็นตัวประสาน

 

คลิกที่นี่เพื่อไปอ่านเรื่องช่างประดับมุก
ขณะนี้คุณกำลังอยู่ที่ : การร่างแบบ
ช่างสลักไม้

การร่างแบบ

การร่างแบบภาพ และ ลวดลายที่จะสลักหนังทำเป็นรูปภาพ หรือ ลวดลายขึ้นบนผืนหนังนี้ มีขั้นตอนดังนี้

  1. ขั้นแรก นำผืนหนังที่ตากแห้งได้ที่ มาวางแผ่ลงบนพื้นราบๆ ใช้สีเขม่าหรือ ถ่านกาบมะพร้าว ที่ทำให้เป็นผลผสมกับน้ำข้าวเช็ดค่อนข้างขัน นำมาทาลงบนผืนหนังให้ดำทั่วกันทั้งผืนแล้วผึ่งทิ้งไว้ให้แห้ง
  2. ขั้นที่สอง เมื่อหนัง ซึ่งทาทำให้ผิวหน้าเป็นสีดำแห้งดีแล้ว จึงขัดถูด้วยใบฟักข้าว โดยประสงค์ให้หนังขึ้นมัน
  3. ขั้นที่สาม นำหนัง ที่ขัดหน้าเป็นมันเรียบร้อยแล้ว มาร่างแบบด้วยดินสอขาว เป็นรูปภาพ หรือ ลวดลายด้วยลาย เส้นสีขาว ซึ่งสุดแท้แต่ประสงค์จะผูกเป็นภาพขึ้นสำหรับสลักหนังให้เข้ากัน กับเรื่องแต่ละตอนที่จะแสดงหนังนั้น

การสลักหนัง

การสลักหนัง มีวิธีการสลักในลักษณะต่างๆ กันคือ

  1. วิธีสลักเดินเส้นยาว
  2. วิธีสลักเดินเส้นสั้น
  3. วิธีสลักเปิดพื้นหนังให้เป็นช่องว่าง
  4. วิธีสลักฝ้าปิดหลัง เป็นวิธีการเฉพาะของช่าง ที่จะทำให้เกิดตัวหนังชนิดต่างๆ

อนึ่ง การสลักหนังวิธีใดวิธีหนึ่ง หรือ ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งจะต้องใช้เขียงไม้รองรับอยู่เบื้องล่างข้างได้แผ่น หนังเสมอ

การตกแต่งหนัง

หนังที่ได้ผ่านการสลัก ทำขึ้นเป็นตัวหนังนี้ อาจต้องการตกแต่งให้สวยงามตามความต้องการ และ ประสงค์จะใช้แสดงในโอกาสต่างกัน ดังนี้

  1. ตัวหนังใหญ่ สำหรับใช้แสดงในเวลากลางคืน ปรกติจะทาตัวหนังด้วยรักน้ำเกลี้ยง เป็นสีน้ำตาลไหม้ หรือ สีดำ ในพื้นที่เป็นฝ้า มักขูดให้เป็นสีเดิมของหนัง คือสีขาวใส และ บางส่วนในตัวภาพอาจระบายด้วยสีแดง สีเขียวก็มี
  2. ตัวหนังใหญ่ สำหรับใช้ออกแสดงตอนกลางวัน ตั้งแต่บ่ายไปจนกระทั่งเวลาเย็น ตัวหนังประเภทนี้ มักได้รับการตกแต่งระบายสี อย่างรูปภาพจิตรกรรมแบบไทยประเพณี
  3. ตัวหนังทั้งที่เป็นหนังกลางคืน และหนังกลางวัน เมื่อทำสำเร็จขึ้นเป็นตัวหนังแล้วจะต้องนำมาเข้าไม้กระหนาบ ตัวหนังขึ้นเป็นคู่ๆ สำหรับใช้จับเชิดหนังต่อไป