การถักตาชุน (Ta-chun)

ถุงตะเคียวสำหรับใส่หลอดยาดมส้มโอมือฯ
ขณะนี้คุณกำลังอยู่ที่ : สงครามยุทธหัตถี
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑

สงครามยุทธหัตถี

ขุนเสียมสามรรถต้าน      ขุนตะเลง
      ขุนต่อขุนไป่เยง                         หย่อนห้าว
      ยอหัตถ์เทิดลบองเลบง               อังกุส ไกวแฮ
      งามเร่งงามโทท้าว                      ท่านสู้สึกสาร
                 (ลิลิตตะเลงพ่าย)

สงครามยุทธหัตถี เป็นสงครามบนหลังช้าง ผู้เป็นแม่ทัพทั้งสองฝ่ายจะสู้รบกันตัวต่อตัว โดยไม่ต้องเสียชีวิตไพร่พล เป็นการแสดงความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ยิ่งก่าวสงครามในรูปแบบอื่นใด ชาติไทยมีสงครามยุทธหัตถี มาตั้งแต่สมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์แห่งกรุงสุโขทัย มีกล่าวในศิลาจารึกหลักที่ ๑ ว่า

การทำสงครามยุทธหัตถี เป็นสงครามบนหลังช้าง ซึ่งผู้เป็นแม่ทัพทั้งสองฝ่ายจะสู้รบกันตัวต่อตัว โดยไม่ต้องเสียชีวิตไพร่พล  เป็นการแสดงความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ยิ่งก่าวสงครามในรูปแบบอื่นใด

รูปภาพ การทำสงครามยุทธหัตถี

“กูขี่ช้างเบกพล กูขับเข้าก่อนพ่อกู กูต่อช้างด้วยขุนสามชน ตนกูช้างขุนสามชน ตัวชื่อมาสเมืองแพ้ ขุนสามชนพ่ายหนี พ่อกูจึ่งขึ้นชื่อกู ชื่อพระรามคำแหง เพื่อกูพุ่งช้าง ขุนสามชน”

ต่อมาในสมัยอยุธยาก็มีสงครามยุทธหัตถี ในรัชกาลของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ทรงชนช้างกับพระเจ้าแปร มีข้อความในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ ว่า

“พระเจ้าแปรได้ท้ายข้าศึกดังนั้น ก็ขับพระคชาธารตามไล่ช้างพระมหาจักรพรรดิ์ราชาธิราชเจ้า พระสุริโยทัยพระราชสามีเสียที ไม่พ้นมือข้าศึก ทรงพระกตัญญูภาพ ก็ขับพระคชาธารพลายทรงสุริยกษัตริย์สะอึกออกรับ พระคชาธารพระเจ้าแปรได้ล่างแบกถนัด พระคชาธารพระสุริโยทัยแหงนหงายเสียที พระเจ้าแปรจ้วงฟันด้วยพระแสงของ้าว ต้องพระอังสะพระสุริโยทัยขาดกระทั่งถึงราวพระถันประเทศ”

สงครามยุทธหัตถีครั้งสุดท้าย คือ สงครามยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กับพระมหาอุปราชา มีข้องความในพงศาวดารกล่าวไว้ ว่า

“สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้า จึงตรัสร้องเรียกด้วยพระสุรเสียงอันดังว่า พระเจ้าพี่เราจะยืนอยู่ไยในร่มไม้เล่า เชิญออกมาทำยุทธหัตถีด้วยกัน ให้เป็นเกียรติยศไว้ในแผ่นดินเถิด ภายหน้าไปไม่มีพระเจ้าแผ่นดินที่จะทำยุทธหัตถีแล้ว”

ความเป็นจริงตามพระราชดำรัสของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช คือ สงครามยุทธหัตถีครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย

ทรงทัพช้าง

ถึงแม้ว่าในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จะไม่มีสงครามยุทธหัตถีก็ตาม แต่พระองค์ก็ทรงทัพช้างทำศึกกับพม่ารวม ๗ ครั้ง ครั้งแรกในปี พุทธศักราช ๒๓๒๘ มีชื่อว่าสงครามเก้าทัพ เป็นสงครามครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ แม้ไทยจะเสียเปรียบในด้านกำลังไพร่พล แต่ด้วยความสามัคคี และยุทธวิธีที่ดีเด่นในการรบ ทำให้ฝ่ายไทยได้รับชัยชนะในที่สุด