การถักตาชุน (Ta-chun)

ถุงตะเคียวสำหรับใส่หลอดยาดมส้มโอมือฯ
ขณะนี้คุณกำลังอยู่ที่ : สถาบันพระมหากษัตริย์
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑

สถาบันพระมหากษัตริย์

ในส่วนพระองค์เอง ได้ทรงกระทำพระองค์ให้เป็นตัวอย่าง ทรงตระหนักถึงความสำคัญของผู้เป็นหัวหน้าของประเทศดีว่า ต้องเป็นผู้สุจริตทรงคุณธรรม เพราะย่อมเป็นเสมือนจิตใจของประเทศ ดังที่ปรากฏในพระราชนิพนธ์ว่า

อันพระนครทั้งหลาย ก็เหมือนกับกายสังขาร
กษัตริย์คือจิตวิญญาณ เป็นประธานแก่ร่างอินทรีย์

พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชนั้น ก่อให้เกิดแนวคิดเรื่อง มหากษัตริย์ในแนวใหม่ ต่างไปจากพระมหากษัตริย์ในสมัยอยุธยา ซึ่งทรงมีลักษณะห่างเหินจากประชาราษฎร พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงรวมเอาลักษณะของพระมหากษัตริย์สมัยสุโขทัย คือ ลักษณะการปกครองแบบพ่อกับลูก และลักษณะพระมหากษัตริย์ในสมัยอยุธยา ผู้ทรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ คือ ลักษณะสมมติเทวราช และยังได้ทรงเพิ่มความบริสุทธิ์บริบูรณ์ ในด้านธรรมะของพระพุทธศาสนาเข้าด้วย ดังปรากฏในตอนต้นพระราชกำหนดกฎหมาย ที่ทรงออกเนืองๆ อ้างถึงความว่า

“ด้วยพระบาทสมเด็จพระบรมนาถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระราชธรรมคุณอันประเสริฐ เสด็จได้ปราบดาภิเศกในเอกไอยสุริยสมบัติทุกวันนี้ มีพระราชปณิธานปรารถนาพระพุทธภูมิโพธิญาณ เสด็จออก ณ พระที่นั่งบุษบกมาลามหาจักรพรรดิพิมาน”

นอกจากนี้ยังทรงแสดงพระองค์ว่าทรงอยู่ใต้พระรัตนตรัย อันเป็นการแสดงให้เห็นว่า อำนาจราชศักดิ์นั้น ต้องอยู่ใต้ธรรมะ ดังจะเห็นได้จากพระราชกำหนด เรื่องห้ามข้าราชการถวายบังคมพระรูปพระราชบิดรก่อนพระรัตนตรัย

“ประเวณีกระบิลเมืองกรุงเก่าแต่ก่อนนั้น ครั้นถึงพิธีตรุดสาตรแลข้อทูลละอองฯ ผู้ใหญ่ผู้น้อยไปถือน้ำพระพัทสัจจาเข้าไป สำมาคารวะไหว้นบนับถือรูปพระเชษฐบิดรนั้น คือ รูปพระเจ้ารามาธิบดีก่อน แล้วจึงไปคำรบนับถือพระรัตนตรัยต่อเมื่อภายหลังปฏิบัติกลับปลายเป็นต้น ฉะนี้ประเวณีอันนี้ผิด เพราะเหตุพระมหากษัตริย์แต่ก่อน และราชวงษานุวงษ์ทั้งปวงมีทิฐิมานะมาก ถือพระองค์ว่าเป็นกษัตริย์อันประเสริฐ”

สถาบันพระมหากษัตริย์ในสมัยนั้น เป็นที่รวมของสถาบันชาติและประชาชน พระมหากษัตริย์ทรงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับชาติ และประชาชนแยกไม่ออก ประชาชนเคารพสักการะพระมหากษัตริย์ในฐานะที่ทรงเป็นผู้นำ เป็นผู้ปกครองนำความร่มเย็นมาให้ องค์พระมหากษัตริย์ จึงจำเป็นจะต้องมีเครื่องหมายตามขัตติยราชประเพณี ซึ่งถือกันในสมัยนั้น อันได้แก่เครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องราชูปโภคทั้งปวงเป็นการแสดงจิตวิญญาณของบ้านเมือง ให้ปรากฏเป็นที่อุ่นใจของคณาประชาราษฎร์ไทยถ้วนหน้า ความคิดเช่นนี้ยังมีอยู่ในบรรดาปวงชนชาวไทยมาตราบเท่าทุกวันนี้

ในส่วนข้าราชการอันเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกครอง ก็เอาพระทัยใส่ตักเตือนอยู่เนื่องๆ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็มิได้ทรงละเว้น เช่นกรณีข้าราชการวิวาทชกต่อยกัน ก็มีพระราชกำหนดตักเตือนให้รู้ฐานะอันสำคัญของตนเอง เป็นต้น